วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ลิงกับลา

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัว คือ ลิงและลา วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ได้รับความเสียหาย

ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อยๆ คลายปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้นห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉยๆ

สักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่างก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง

ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะ ขึ้นทันที หันมองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เอง คือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมา ทุบตีลาอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำ อะไรได้เลย

เธอทั้งหลาย...(ที่รักของครู ... แต่ไม่เท่ากันนะจ้ะ)

เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้ เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสบการณ์ส่วนตัว เธอมองเห็นข้าวของเสียหายและมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่า ลาคงเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือ ลิง ความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลยเพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน

เหตุที่องค์กรที่เป็นสังคมเล็กๆ ของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำ ที่ "ปล่อยให้ลิง สร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์" ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจา ตรงไปตรงมาแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยม ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง พูดมากพรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัด แต่ไม่เคยทำงานจริง นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบาย นั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม รู้จักยอมเสียสละตน สละเวลา อีกเล็กน้อยเพื่อค้นหาความจริงเพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าลิงสงบได้องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย

ลองเอาบทความนี้ให้อ่านเนื่องจาก เห็นว่า เราจะต้องจัดการกับลิงและลา ในชีวิตประจำวันของเราอย่างมีสตินะจ้ะ และมีความจริงหรือข้อมูล (Data) เป็นพื้นฐานนะคะ อย่าเอาแต่ คิด คิด คิด คิด ว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ... กระโดดลงไปทำด้วยนะจ้ะ

ด้วยความรักและความปรารถนาดี

6 ความคิดเห็น:

Z 'P'arëëna กล่าวว่า...

วันนั้นฝนไปสัมภาษณ์งานมา

เค้าตั้งคำถามคำถามนึงว่า "ถ้าผมเป็นหัวหน้าคุณ แล้วผมทำรายงานไม่เป็น แค่รายงานธรรมดาๆ นะ ผมเนี่ย ทำไม่เป็น แล้วคุณเป็นลูกน้อง ผมให้คุณเอาไปทำ คุณคิดว่าผมเป็นยังไง"

...เป็นเพื่อน ๆ จะตอบว่าอย่างไรค่ะ...

พอดี อ่านข้อความนี้แล้วทำให้ฝนขึ้นได้

ส่วนเจ้าลิงกับเจ้าลา มันก็เหมือนชีวิตในการทำงานนะ ฝนว่า มันคงต้องเจอบ้างแหละ แต่วิธีการรับมือเนี่ย..ข้อความนี้บอกได้เลยล่ะ

ขอบคุณนะค่ะอาจารย์จง

อาจารย์จง กล่าวว่า...

ดีใจจังที่บทความนี้ทำให้ฝนได้ นึกและฉุกคิดอะไร บ้าง ยินดีนะจ้ะ ... ทำงาน ... ดำเนินชีวิต โดยการจัดการลิงและลาของเรา อย่างมีสติ และ สันติ นะคะ

kataikub กล่าวว่า...

โห อิจฉาคนมีงานทำ อ่า

คิดถึงชีวิต ข้างหน้า โอ้ อย่างย้อนเวลา ๆๆๆๆๆ

- -"

kataikub กล่าวว่า...

ถ้าเจอ คนอย่าง ป้าแก ก็ลำบากอะนะ

แต่ก็อีกละ ถ้าผมเกิดบังเอิญต้องรับสถานะการ แบบลาตัวนั้นละก็ ผมก็คิดว่าต้องหาวิธี แก้ไข คงไม่ก้มหารับกรรมหรอก

ส่วนลิงน้อยขออย่าได้เจอกันเลย แต่ยังไงก็ต้องเจอคนแบบนี้ พยายามอยู่ห่าง ๆ 555

บ่นเส็ดแระ ไปแระ บะบาย

>>>>>>>> ยังไงก็ใจหายอยู่ดีจะจบแล้ว <<<<<<<

~v~SmitH~v~ กล่าวว่า...

ลา กับ แพะ นี่เหมือนกันมั้ยหว่า?

ครั้งอเมริกาตั้งเริ่มตั้งประเทศใหม่ๆ มีการตั้งกฏหมายใหม่ขึ้นมา บางครั้งเพื่อสร้างความเคารพต่อกฏหมาย จำเป็นต้องมีการจับแพะ ซึ่งนั้นก็ถือเป็นความซวยของคนที่ถูกเป็นแพะ แต่เป็นการเสียสละที่ใหญ่ยิ่งเพื่ออนาคตของประเทศ

ถ้าเสียไป ขอก็ให้เสียอย่างแพะ ดีกว่าลา

kataikub กล่าวว่า...

-o-

อเมกาเค้าจับแพะ
คนไทยก็ทำนะ จำแพะชนแกะ ไง 555

- -" คงไม่ขำ เอาเหอะพรุ่งนี้จะต้องเข้าไปกรอกไปสมัครกับบริษัทที่ไปฝึกงานแระ ที่คิดว่าได้แน่ ๆ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดแล้วละ เฮ้อออ -o-