วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

คุยกันหน่อย เรื่องงานเข้า ของ SA&SD

เนื่องจากมีความสับสน อลหม่าน (เขียนถูกเปล่า เนี่ย) เกี่ยวกับ งานที่เข้ามาเมื่อวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม ในห้องเรียน SA&SD ครูเลยขอทำความเข้าใจดังนี้นะจ้ะ

ให้นักศึกษาเขียนเล่าเรื่องราว ความคิด ความรู้สึก เกี่ยวกับสามเรื่องต่อไปนี้ โดยเขียนในสามมุมมอง คือ มุมมองกับตัวเอง มุมมองกับเพื่อน และมุมมองกับ class SA&SD (ไม่ใช่แค่อาจารย์นะจ้า ไม่ต้องอวยกันมากกกก ... มุมมองกับ Class คือ รูปแบบการเรียนรู้ การสอน เนื้อหา ระยะเวลา คือ ภาพรวมของ Class นี้นะจ้ะ)

สามเรื่องที่ว่าคือ

1. Impression ความประทับใจ (อะไรที่โดน อะไรที่เราประทับใจ ณ ตั้งแต่วันแรกที่เราได้เจอกัน ตั้งแต่วันที่มี Class SA&SD)

2. Good practice- อะไรที่คิดว่าตัวเรา พวกเราทำดีแล้ว... และน่าจะทำมันต่อไป...

3. Improvement- อะไรที่อยากให้มีการปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข หรือ เลิกทำ


งานที่เข้าอีกอันคือ คำถามที่ให้เขียนเช่นเดียวกัน คือ

1. เราอยากได้หรืออยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีก (ให้เขียนที่เราอยากรู้และอาจจะสามารถทำได้ ในเวลาที่เหลือของ Class-จะพยายามทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้)

2. อะไรคือคำถามในชีวิตของฉัน (แค่หนึ่งหรือสองหรือสามก็พอคะ ไม่ต้องเขียนมาประมาณ หนึ่งรีม กระดาษ A4 นะคะ (ส่วนเรื่องของคำตอบ ยังไม่ต้องตอบตอนนี้นะจ้ะ)

หวังว่าคงมีประกายใสปิ๊งๆ ในการเขียนเล่าเรื่องราวนะจ้ะ

ขอให้กำลังใจทุกทุกคนค้า

เอามาฝากอีกนิด....

ความเชื่อพื้นฐานเกี่ยวกับมนุษย์และการเรียนรู้ว่า

1) มนุษย์ทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ สามารถพ้นทุกข์ได้ โดยเฉพาะผ่านการภาวนา การกระทำในใจอย่างใคร่ครวญ และการมีกัลยาณมิตร

2) มนุษย์สามารถพ้นทุกข์ร่วมกันได้ หากเข้าใจถึงธรรมชาติคือความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งและสรรพชีวิต

3) มนุษย์ทุกคนอยากเป็นคนดี อยากเป็นที่รัก อยากมีความสุข*

4) หากเลือกได้ มนุษย์ทุกคนเลือกสิ่งที่ตนคิดว่าดีที่สุดสำหรับตนเองเสมอ ทุกครั้ง ไม่มีเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอันดับที่สอง ดังนั้นจึงต้องเคารพให้เกียรติกับการตัดสินใจของแต่ละคนและทุกคน เราได้แต่ให้โอกาส แล้ววางใจกับผล ประสบการณ์ และการเรียนรู้ ที่เขาจะได้รับจากการตัดสินใจนั้นของเขา

5) และ ที่มนุษย์เชื่อกันว่ามี "ตัวเรา" จริงๆ นั้น ไม่มีจริง**

* แม้ว่าจะเป็นต้นเหตุของความทุกข์ของตนเองและโลกก็ตาม

** อันอ้างอิงได้จากทั้งศาสนา และวิทยาศาสตร์ใหม่ เช่น หลวงปู่ดุลย์ อตุโล "ที่เขาเห็นนั้นจริง แต่สิ่งที่เขาเห็นนั้นไม่จริง" หรือความจริงทางควอนตัมที่ว่า ๑) สรรพสิ่งไม่มีจริง ถ้าเราไม่ไปสังเกต (There is no reality in the absence of observation.) ๒) การสังเกตของมนุษย์สร้างความจริงที่รู้จักขึ้นมา (Obseravation created worldly reality.) ๘) โลกและจักรวาลมีแต่ความอาจที่จะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ และความจริงอย่างโน้นอย่างนี้ (Heisenberg’s potentialities) ไฮเซ็นเบิร์กอธิบายว่า ทุกสิ่งในโลกที่เรารับรู้ว่าเป็นจริงเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เป็นจริง แต่โลกที่อยู่เบื้องหลังไม่จริง (Only phenomena are real; the world beneath phenomena is not real.)

เอาละนะจ้ะ ..... แล้วจะรออ่านเรื่องราวของพวกเราทุกคน

ด้วยความปรารถนาดีคะ

4 ความคิดเห็น:

sayoungthara กล่าวว่า...

ตายล่ะหว่า...ส่งงานไปแหละ
เหมือนเขียนผิดประเด็นเลย
เขียนนอกเรื่องไปเสียเยอะ...
555....
กรรม
.....

อาจารย์จง กล่าวว่า...

ถึงติ๊ก,

ขอยกคำพูดนี้มานะจ้ะ "หากเลือกได้ มนุษย์ทุกคนเลือกสิ่งที่ตนคิดว่าดีที่สุดสำหรับตนเองเสมอ ทุกครั้ง ไม่มีเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอันดับที่สอง ดังนั้นจึงต้องเคารพให้เกียรติกับการตัดสินใจของแต่ละคนและทุกคน เราได้แต่ให้โอกาส แล้ววางใจกับผล ประสบการณ์ และการเรียนรู้ ที่เขาจะได้รับจากการตัดสินใจนั้นของเขา"

ดังนั้นที่ติ๊กเขียนมาให้ครูอ่านน่ะ ไม่มีคำว่าผิดประเด็น..ไม่มีคำว่าไม่ดี..ไม่มีคำว่านอกเรื่องคะ..

ทุกอย่างคือติ๊กเองไงคะ

รู้สึกอิ่มใจตอนที่ได้อ่านเรื่องราวของติ๊กนะ

อาจารย์จงดี

Wachansa กล่าวว่า...

ส่วนปอรู้สึกไม่แน่ใจว่าตัวเองเขียนอะไรลงไปบ้างหว่า ตรงกะที่จารจงอยากรู้มั้ยนี่???

ว่าแต่เนื้อหาที่จารจงเอามาฝาก ปออ่านแล้วค่ะ
แต่ปอขอติดเรื่องทำความเข้าใจไว้วันหลังนะคะ

ฮ่าๆ

Gift กล่าวว่า...

2) มนุษย์สามารถพ้นทุกข์ร่วมกันได้ หากเข้าใจถึงธรรมชาติคือความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งและสรรพชีวิต

ตอนนี้กิ๊บเลยกำลังทความเข้าใจกับธรรมชาติค่ะ..555+(นอกเรื่องอีกแว้วววว..)^^