วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551

วิเคราะห์ระบบการศึกษาไทย

สวัสดีเพื่อนสนิท มิตรสหาย และอาจารย์ที่เคารพ
บทความลำดับที่ 4 ของกระผมนี่เกิดจากผมกำลังหาข้อมูลเพื่อนำมาโพสลงบทความ แล้วเปิดไปเจอบทความที่เค้าเขียนถึงระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน ซึ่งผมอ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นอย่างที่เค้าว่าจริงๆ ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่าประเทศเราทุกวันนี้ผลิตบุคลากรออกมาได้ดีจริงหรือไม่ แล้วที่ประเทศ สังคม เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ก็เพราะการศึกษาของเราใช่มั้ย ผมว่ามันก็มันมีส่วนอย่างมาก ผมเล่นเกมส์Sim city เกมส์เกี่ยวกับสร้างเมือง สิ่งแรกหลังจากวางแผนผังที่อยู่กับแหล่งอุตสาหกรรมแล้ว คือต้องสร้างสถานศึกษาและโรงพยาบาลให้ได้ เพราะเมืองต้องอาศัยสองสิ่งนี้ในการพัฒนา สถานศึกษาทำให้คนฉลาดขึ้น โรงพยาบาลทำให้คนแข็งแรง เคยดูรายการของดร.นิติภูมิ พูดถึงเล่าประวัติงานผู้นำของมาเลเซีย ว่าผู้นำมาเลเซียนั้นก่อนจะมาเป็นนายก เคยเป็นรมต.กระทรวงการศึกษามาก่อนแทบทุกคน พอได้มาเป็นนายกก็พัฒนาเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกๆ และพอหมดวาระนายกคนต่อมาก็จะมาพัฒนาต่อ เพราะผู้นำมาเลเซียเล็งเห็นว่าการศึกษา เป็นรากฐานการคุณภาพบุคลากร ดังจะเห็นว่ามาเลเซียทุกวันนี้เจริญมากแค่ไหน และยังมีคนไทยแถบภาคใต้ส่งลูกหลานไปเรียนที่มาเลเซียก็มากมาย ผมจึงก๊อปปี้บทความนั้นมาให้อ่านกัน พร้อมทั้งลองทำ DFD เล่นๆตามที่บทความได้กล่าวไว้
การศึกษาไทยในปัจจุบัน ยังคงใช้ระบบสอบเข้าและระบบเส้นสายอยู่อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน อัตราคนรู้หนังสือในประเทศไทยจึงคิดแล้วเฉลี่ยเป็น 68.92% ทั้งที่ จีน ซึ่งแต่ก่อนนั้นยังตามไทยแต่ปัจจุบันจีนทำเป้าสูงขึ้นจนเป็นประวัติการณ์การศึกษาโลก จากที่จีนมีอัตราคนรู้หนังสือ 60.24% ปัจจุบัน 83.96%
การศึกษาไทยยังคงพัวพันกับตำราที่เหลือใช้แล้วของชาติมหาอำนาจที่ทำมาให้นักวิชาการก๊อปปี้ต่อ การศึกษาที่ไม่ให้โอกาสและทั่วถึง การเรียนฟรีหลอกๆ และการคอรัปชั่นในระบบการศึกษาระดับรากหญ้า ซึ่งพวกนี้ทั้งหลายเป็นเหตุแห่งปัญหา ความยากจน และ ปัญหาอาชญากรรม ยังไม่รวมถึงเศรษฐกิจที่ซบเซาและคำเย้ยหยันจากมหาอำนาจที่เจริญแล้วในการประชุมสหประชาชาติทุกปี ปี ปัญหาต่อไปนี้ที่ยกตัวอย่างขึ้นมาเป็นสิ่งที่การศึกษาไทยควรจะยุติสักทีเช่น
1.เลิกนำนโยบายโรงเรียนคู่พัฒนามาใช้ได้แล้ว เริ่มต้นในยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นการแลกเปลี่ยนครูและนักเรียนให้มาเรียนร่วมกัน ปรากฏว่า "เละเป็นโจ๊ก" ที่ทำกันอย่างในสมัยนั้นก็เพราะมีผลประโยชน์โยงใยกันในรัฐบาล โรงเรียนคู่พัฒนานี้เราพบเห็นกันได้ใน เวียดนาม ลาว กัมพูชา เอธิโอเปีย บุรุนดี โซมาเลีย อินเดีย อัฟกานิสถาน และเราคงจะรู้ดีถึงโครงสร้างสังคมของประเทศเขาว่าเป็นเช่นไร
2.นโยบายสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อม.1และม.4 การสอบคัดเลือกในปัจจุบันนี้หากท่านคิดว่ามันจะโปร่งใสตลอดไปขอให้ท่านปรับความคิดเสียใหม่ ทุกวันนี้ใครกระเป่าหนักก็ได้เรียน ใครจนก็ไม่ได้เรียน นโยบายเรียนฟรีนั่นมันโกหกทั้งเพ ระบบสังคมไทยมันพัวพันอยู่กับการคอรัปชั่นเกินที่จะฉุดขึ้นมาแล้วในปัจจุบัน บางคนเกรดก็ดีกว่าสอบได้ด้วยแต่ถูกตัดออกไปเพราะไม่มีเงินใส่ซองก็มี นี่อาจจะเป็นปัญหาเล็กน้อยสำหรับผู้รับสินบน แต่สำหรับนักรัฐศาสตร์ทั่วไป นี่ก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ๆที่ฉุดประเทศของเราให้ดิ่งหัวลงเหวเพราะขาดบุคลากรที่ดี
3.ผู้อำนวยการโรงเรียนควรจะเป็นคนที่ใสสะอาดและยุติธรรม ประเทศจีนหรือในสหรัฐอเมริการวมทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส จะใช้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นคนนอกเป็นพวก ผู้พิพากษา ทหาร นักรัฐศาสตร์ มาทำงาน เพราะสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ตลอดเวลา มีความยุติธรรม เคยผ่านงานมาแล้วในด้านตรวจสอบอาชญากรรม หรือ รู้ถึงนิสัยใจคอของวัยรุ่นและสภาพสังคมอย่างดี
4.การสอบแบบฝนคำตอบควรจะยกเลิก ในประเทศสหรัฐและจีนรวมถึงทั่วยุโรป ใช้การฝนคำตอบมาตั้งแต่10กว่าปีที่แล้ว เขาใช้การเขียนคำตอบเอา แต่ละคำถามก็มีการทดสอบไหวพริบปฏิภาณไปในตัว ทำให้เขาได้นักเรียนคุณภาพ
5.ระบบการสอบสัมภาษณ์ควรจะนำมาใช้ได้แล้ว ประเทศจีนนั้นต้องการนักรัฐศาสตร์เพื่อปกครองคนหมู่มากและกระจายการศึกษาที่ถูกต้องเข้าสู่ชนบทที่ห่างไกล ซึ่งเค้าสอบสัมภาษณ์เป็นชาติเดียวในโลกที่เริ่มสอบสัมภาษณ์ตั้งแต่การสอบเข้า ม.1 จะได้ลองประลองภูมิความรู้เด็กๆในการพูด อ่าน เขียน
6.อย่ามองข้ามคะแนนความประพฤติ มันสำคัญมากเลยในเมืองนอก แต่บ้านเราคะแนนพวกนี้มีไว้ประดับเฉยๆ
7.เรียนฟรีต้องเรียนจริง เลิกให้นโยบายเรียนฟรีเสียทีถ้าหากทำไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าสังคมบ้านเราเป็นทุนนิยม บ้านเราคิดว่าเจริญแล้วหรือถึงต้องเรียกเงินค่าบำรุงนู่นบำรุงนี่กันนักหนาอย่างงี้ คนดีที่เขาไม่มีทุนก็อดเรียนน่ะสิ

7 ความคิดเห็น:

อาจารย์จง กล่าวว่า...

อืมม คราวนี้ มา สาระ เพียบ ..... ระบบการศึกษาไทย พวกเราช่วยกันคอมเมนต์หน่อย ว่า มีความคิดเห็นอย่างไร กัน บ้างจ้ะ

อาจารย์จง กล่าวว่า...

มาช่วยกันดู DFD ที่ แม็กซ์ เขียนมาด้วยนะจ้ะ Comment เต็มที่

Parëëna กล่าวว่า...

^^ ถ้าดูระบบการศึกษาไทยตอนนี้

มันก้ออย่างที่เขียนบอกจิง ๆ อ่ะ --!

จะให้ฝ่ายไหนลงมาแก้ไขก้อคงยาก

(เหมือนว่าคอรับชั่นมันครองโลกอยู่ )--> แค่คิดนะ

...................................

ส่วน DFD ที่เขียนมาเนี่ย (ที่จารย์ให้คอมเม้นเนี่ยนะค่ะ)เอาไว้ก่อนล่ะกัน 555+

Tam กล่าวว่า...

ย้าวยาว สาระเพียบ

Tam กล่าวว่า...

ยัดเงินใต้โต๊ะนี่ มันข้ามขั้นตอนยุ่งยากได้อ่ะนะ อย่างว่าได้เงินมาฟรีๆเข้ากระเป๋า ใครจะไม่เอา แต่ก็จะมีปัญหาตามมาจากเด็กเส้นนั่นเองเพราะถ้าเก่งจริงก็สอบได้อยู่แล้ว ผู้อำนวยการที่เป็นคนดีก็มีอยู่น้า แต่จะเป็นโรงเรียนเล็กๆอ่ะ เพราะมันไม่ต้องแข่งขันอะไร และก็จะอยู่ในชนบท เงียบสงบ..........

weena กล่าวว่า...

เยี่ยมเลย

เอาความเป็นจริงในสังคมมาเขียนเป็น DFD ไ้ด้

จินตนาการสูง เจงๆๆ

เยี่ยม...

Wachansa กล่าวว่า...

เออ...อืมมม นายแน่มากว่ะ

เจ๋งดีนะ เห็นด้วยทุกกระบวนความ เราก็ออกจะเบื่อๆ กับการศึกษาไทยแต่จะทำไรได้


ส่วน DFD คือ เราดูเราก็เข้าใจนะ ถามว่าถูกป่าวอันนี้ตอบไม่ได้อ่ะ ไม่เชี่ยวเลย -*-